ถูกเรื่องคดีอาญา ปรึกษา 7 ทนาย

 

เรื่องที่ 11-1    การเพิ่มโทษ ในคดีอาญาทั่วไป ตาม ป.อ. 92, 93, 94 มีหลักการอย่างไร

               

ทีมทนาย Thai Law Consult ได้รับอีเมล์สอบถามเสมอๆ ว่า คดีเหล่านี้ จะถูกเพิ่มโทษหรือไม่ พี่ตุ๊กตา ทนาย ณุมาพร พัฒนพงศธร น.บ.ท. 64 จึงร่วมกับ ทนายน้อย ปราธูป ศรีกลับ , ทนายเอก ขัตติยะ นวลอนงค์ เรียบเรียงบทความนี้ขึ้น เป็นความรู้กฎหมายสู่ประชาชน

วันนี้ 3 ธันวาคม 2556 จะใกล้วันพ่อแห่งชาติ แต่แปลกมากๆ ที่กรุงเทพฯ ม็อบกำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ , สาทิตย์ วงศ์หนองเตย และ ส.ส. ประชาธิปัตย์ อีกหลายคน ร่วมกับแกนนำพันธมิตรเก่า เรียกตัวเอง ก.ป.ป.ส. จะยึดอำนาจ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ แม้รัฐบาลยิ่งลักษณ์จะลาออก หรือ ยุบสภา ก็ไม่ยอมหยุด จะเปลี่ยนแปลงประชาธิปไตย เป็นทางตรง โดยสภาประชาชน

ThaiLawConsult เห็นว่า ประชาชนตัวจริงของประเทศนี้ ต่างตั้งใจทำมาหากิน ไม่อยากให้การเมืองวุ่นวาย อยากให้การเมืองเรียบร้อย ทุกคนยึดมั่นในระบบประชาธิปไตย ผู้แทนมาจากการเลือกตั้ง แต่เมือมีการความคิดใหม่ๆ และมวลชนจำนวนมาก ของแต่ละฝ่ายเอาด้วย ก็ต้องฟังกันว่า จะมีข้อเสนอที่ดี มีประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศอย่างไร แต่ความวุ่นวาย ความไม่สงบ ความรุนแรง ประชาชนตัวจริงไม่อยากเห็น

 

หลักกฎหมาย ป.อ.

หมวด 8 การกระทำความผิดอีก


มาตรา 92 ผู้ใดต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกถ้าและได้ กระทำความผิดใดๆ อีก ในระหว่างที่ยังจะต้องรับโทษอยู่ก็ดี ภายใน เวลาห้าปีนับแต่วันพ้นโทษก็ดี หากศาลจะพิพากษาลงโทษครั้งหลัง ถึงจำคุกก็ให้เพิ่มโทษที่จะลงแก่ผู้นั้นหนึ่งในสามของโทษ ที่ศาลกำหนด สำหรับความผิดครั้งหลัง


มาตรา 93 ผู้ใดต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก ถ้าและ ได้กระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดที่จำแนกไว้ในอนุ มาตรา ต่อไปนี้ ซ้ำในอนุ มาตรา เดียวกันอีกในระหว่างที่ยังจะต้องรับโทษอยู่ก็ดี ภายใน เวลาสามปีนับแต่วันพ้นโทษก็ดี ถ้าความผิดครั้งแรกเป็นความผิด ซึ่งศาลพิพากษาลงโทษจำคุกไม่น้อยกว่าหกเดือน หากศาลจะ พิพากษาลงโทษครั้งหลังถึงจำคุกก็ให้เพิ่มโทษที่จะลงแก่ผู้นั้นกึ่งหนึ่ง ของโทษที่ศาลกำหนดสำหรับความผิดครั้งหลัง
(1) ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามที่ บัญญัติไว้ใน มาตรา 107 ถึง มาตรา 135 
(2) ความผิดต่อเจ้าพนักงาน ตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 136 ถึง มาตรา 146 
(3) ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 147 ถึง มาตรา 166 
(4) ความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม ตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 167 ถึง มาตรา 192 และมาตรา 194 
(5) ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 200 ถึง มาตรา 204 
(6) ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน ตามที่ บัญญัติไว้ใน มาตรา 209 ถึง มาตรา 216 
(7) ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน ตาม ที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 217 ถึงมาตรา 224 มาตรา 226 ถึง มาตรา 234 และ มาตรา 236 ถึง มาตรา 238 
(8) ความผิดเกี่ยวกับเงินตราตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 240 ถึง มาตรา 249 ความผิดเกี่ยวกับดวงตรา แสตมป์และตั๋ว ตามที่ บัญญัติไว้ใน มาตรา 250 ถึง มาตรา 261 และความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 264 ถึง มาตรา 269 
(9) ความผิดเกี่ยวกับค้าตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 270 ถึง มาตรา 275 
(10) ความผิดเกี่ยวกับเพศ ตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 276 ถึง มาตรา 285 
(11) ความผิดต่อชีวิตตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 288 ถึง มาตรา 290 และ มาตรา 294 ความผิดต่อร่างกาย ตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 295 ถึง มาตรา 299 ความผิดฐานทำให้แท้งลูก ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 301 ถึง มาตรา 303 และความผิดฐานทอดทิ้งเด็กคนป่วยเจ็บ หรือคนชรา ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 306 ถึง มาตรา 308 
(12) ความผิดต่อเสรีภาพ ตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 309 มาตรา 310 และ มาตรา 312 ถึง มาตรา 320 
(13) ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 334 ถึง มาตรา 365 


มาตรา 94 ความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ และความผิดซึ่งผู้กระทำได้กระทำในขณะที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีนั้น ไม่ว่าจะได้กระทำในครั้งก่อนหรือครั้งหลัง ไม่ถือว่าเป็นความผิดเพื่อการเพิ่มโทษตามความในหมวดนี้

 

พี่ตุ๊กตา ขอทบทวนหลักกฎหมายดังนี้

การเพิ่มโทษ 1 ใน 3 ป.อ. 92

  1. ตัองคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก
  2. กระทำความผิดใดๆ ในระหว่างที่ยังต้องรับโทษอยู่ หรือภายใน 5 ปี นับแต่วันพ้นโทษ และ
  3. ศาลพิพากษาลงโทษครั้งหลังถึงจำคุก
  4. ให้ศาลคดีหลัง เพิ่มโทษที่จะลงแก่ผู้นั้น 1 ใน 3 ของโทษที่ศาลกำหนดสำหรับความผิดครั้งหลัง

กรณีเพิ่มโทษ 1 ใน 2 ป.อ. 93

  1. ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก
  2. กระทำความผิดซ้ำอนุมาตราเดียวกันตาม 93 (1) - (13) ในระหว่างที่ยังจะต้องรับโทษอยู่ หรือภายใน 3 ปี นับแต่วันพ้นโทษ
  3. ศาลลงโทษจำคุกในความผิดครั้งแรกไม่น้อยกว่า 6 เดือน
  4. ศาลพิพากษาลงโทษครั้งหลังถึงจำคุก
  5. ให้ศาลคดีหลังเพิ่มโทษที่จะลงแก่ผู้นั้น กึ่งหนึ่งของโทษที่ศาลกำหนดสำหรับความผิดครั้งหลัง

กรณีความผิดที่เพิ่มโทษไม่ได้ ไม่ว่าจะกระทำในครั้งก่อนหรือครั้งหลัง (ป.อ. 94)

  1. ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท
  2. ความผิดลหุโทษ
  3. ความผิดที่ผู้กระทำ ขณะที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี บริบูรณ์

 

ทนายน้อย ตั้งข้อสังเกต ดังนี้

  1. การเพิ่มโทษ ตาม ป.อ. 92, 93 ต้องมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก หมายความว่า ผู้นั้น ต้องรับโทษจำคุกจริงๆ ไม่ใช่รอการลงโทษ (1147/2551)
  2. ถ้าศาลให้ลงโทษจำคุก แต่ยังไมได้รับโทษจำคุกเพราะอยู่ในระหว่างต้องโทษกักขังคดีอื่นอยู่ ถือว่าอยู่ระหว่างที่ต้องรับโทษแล้ว ศาลเพิ่มโทษได้ (1275/2513)
  3. โทษปรับ เป็นโทษสถานหนึ่ง ศาลจึงเพิ่มโทษปรับได้ (413/2549)
  4. ฎีกาที่ 2716/2545 - คดีก่อน ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยขยายเวลายื่นฎีกา จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่ง คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จึงยังไม่ถึงที่สุด ส่วนคดีหลัง ศาลชั้นต้น พิพากษาคดี ระหว่างที่คดีก่อนยังไม่ถึงที่สุด จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ ป.อ. 92 ที่จะเพิ่มโทษจำเลยได้
  5. ฎีกาที่ 3279/2528 เมื่อลงโทษประหารชีวิตจำเลยแล้ว จะเพิ่มโทษ ตาม ป.อ. 93 อีกไม่ได้ (706/2526)

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 861/2509

ป.อ. มาตรา 288, 339, 93, 92, 90, 80
ป.วิ.อ. มาตรา 192

          จำเลยเคยต้องโทษจำคุกฐานปล้นทรัพย์ แม้จะเป็นกรณีมีการใช้กำลังประทุษร้ายต่อร่างกายรวมอยู่ด้วย อันเป็นองค์ประกอบความผิดฐานปล้นทรัพย์ก็ตาม หากในคดีหลังแม้ศาลจะพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานชิงทรัพย์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ตามมาตรา 339 และผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามมาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80 อันเป็นความผิดต่อชีวิตก็ตาม ดังนี้ จะเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา 93 ไม่ได้ต้องเพิ่มโทษตามมาตรา 92 แม้โจทก์จะขอเพิ่มโทษตามมาตรา 93 ซึ่งเป็นบทหนักมาก็ตาม ศาลก็มีอำนาจเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา 92 ซึ่งเป็นบทเบากว่าได้ ไม่เกินคำขอ

________________________________

          คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์และพยายามฆ่าก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องโทษฐานปล้นทรัพย์ตามคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 111/2502 ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 339, 93, 80

          จำเลยให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษไปแล้วจริงตามฟ้อง

          ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339, 288 ประกอบด้วยมาตรา 80 แต่ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 288ประกอบด้วยมาตรา 80 ซึ่งเป็นบทหนักให้จำคุกจำเลย 12 ปี เพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา 93 กึ่งหนึ่ง รวมจำคุกจำเลย 18 ปี กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน

          จำเลยอุทธรณ์

          ศาลอุทธรณ์สงสัยในคำพยานโจทก์ พิพากษายกฟ้อง

          โจทก์ฎีกา

          ศาลฎีกาได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงและเชื่อว่าจำเลยกระทำผิดจริงดังโจทก์ฟ้องฎีกาโจทก์ฟังขึ้น ส่วนข้อกฎหมายศาลฎีกาได้วินิจฉัยว่าคดีนี้โจทก์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 และศาลชั้นต้นก็พิพากษาให้เพิ่มโทษตามมาตรา 93 ดังโจทก์ขอศาลฎีกาเห็นว่าในคดีก่อนศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 6 ปี 8 เดือน ฐานปล้นทรัพย์ ซึ่งถึงแม้จะเป็นกรณีมีการใช้กำลังประทุษร้ายต่อร่างกายรวมอยู่ด้วยก็ตามก็เป็นเพียงองค์ประกอบความผิดฐานปล้นทรัพย์เท่านั้น ส่วนคดีนี้ถึงแม้ศาลจะพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานชิงทรัพย์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 และผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามมาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80 อันเป็นความผิดต่อชีวิตโดยเฉพาะ มิได้ลงโทษและกำหนดโทษจำเลยเกี่ยวกับความผิดต่อทรัพย์แต่อย่างใด ฉะนั้น ศาลฎีกาจึงเห็นว่าในกรณีเช่นนี้จะเพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 ไม่ได้ต้องเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา 92 และถึงแม้คดีนี้โจทก์จะขอเพิ่มโทษจำเลยตาม มาตรา 93 ซึ่งเป็นบทหนักมากก็ตาม ศาลก็มีอำนาจเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา 92 ซึ่งเป็นบทเบากว่าได้ ไม่เกินคำขอของโจทก์ จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 และมาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80 แต่ลงโทษตามมาตรา 288, 80 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามมาตรา 90 ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 12 ปี เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตามมาตรา 92 คงให้จำคุกจำเลย 16 ปี กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ด้วย

( มณี ชุติวงศ์ - อรรถไพศาลศรุดี - วงษ์ วีระพงศ์ )

 

     6.  โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ตาม ม.93 แต่ทางพิจารณา เพิ่มโทษได้ ตาม ม.92 แม้โจทก์ไม่ได้มีคำขอเพิ่มโทษ ตาม ม.92 มาด้วย ศาลก็เพิ่มโทษ ตาม 92 ได้

 

คำถามจาก กรรมการ โรงงานน้ำตาล จังหวัดกาญจนบุรี ข้อเท็จจริงคล้ายกับ ฎีกาที่ 861/2509 พี่ตุ๊กตาตอบหลังไมค์ไปแล้วนะคะ พี่น้องประชาชนท่านใดมีปัญหาทำนองนี้ อย่าทุกข์อยู่คนเดียว ติดต่อพี่ตุ๊กตามานะคะ โทร. 098-915-0963 numaphon@gmail.com